วิธีเลือกแสงไฟตกแต่งภายในให้เหมาะกับแต่ละห้อง
แสงไฟเป็นองค์ประกอบที่มีผลต่อบรรยากาศของบ้านมากที่สุด แต่ก็เป็นสิ่งที่คนมักให้ความสำคัญน้อยที่สุดในการออกแบบ ห้องที่สวยงามในเวลากลางวันอาจดูแย่ลงมากเมื่อเปิดไฟผิดประเภทในเวลากลางคืน การเลือกแสงไฟที่ถูกต้องไม่ใช่แค่เรื่องวัตต์หรือสีแสง แต่คือการเข้าใจว่าแต่ละห้องต้องการ Mood อะไรและใช้แสงช่วยสร้าง Mood นั้นได้อย่างไร
ความรู้พื้นฐานเรื่องแสงไฟที่ต้องรู้
Color Temperature (Kelvin) — ตัวเลขนี้บอกว่าแสงอุ่นหรือเย็นแค่ไหน ยิ่งตัวเลขน้อยยิ่งอุ่น ยิ่งมากยิ่งขาวเย็น
2700–3000K = แสงอุ่น (Warm White) เหมือนหลอดไส้ดั้งเดิม เหมาะกับห้องนอน ห้องนั่งเล่น และพื้นที่ที่ต้องการบรรยากาศอบอุ่น
3500–4000K = แสงกลาง (Neutral White) เหมาะกับครัว ห้องทำงาน และห้องน้ำ ที่ต้องการแสงสว่างเพียงพอโดยไม่ร้อนเกินไป
5000–6500K = แสงขาวเย็น (Cool White / Daylight) เหมาะกับโรงรถ ห้องเก็บของ หรือพื้นที่ที่ต้องการความสว่างสูงสุด ไม่เหมาะกับพื้นที่พักผ่อน
CRI (Color Rendering Index) — ตัวเลข 0–100 ที่บอกว่าแสงนี้แสดงสีของวัตถุได้ถูกต้องแค่ไหน ยิ่งสูงยิ่งดี สำหรับที่พักอาศัยควรเลือก CRI 90+ เพื่อให้สีผนัง เฟอร์นิเจอร์ และเสื้อผ้าดูถูกต้อง ดูตัวอย่างการวางระบบแสงไฟในผลงาน Mark All ที่ หน้าผลงาน
แสงไฟสำหรับห้องนั่งเล่น
ห้องนั่งเล่นต้องการแสงที่ยืดหยุ่น เพราะใช้งานหลายรูปแบบตั้งแต่ดูหนัง อ่านหนังสือ ไปจนถึงรับแขก
Ambient Light — Downlight หรี่แสงได้ติดเพดาน 2700–3000K เป็น Base แสงของห้อง ควรสามารถหรี่ได้ถึง 10% เพื่อบรรยากาศยามค่ำ
Accent Light — ไฟส่องงานศิลปะหรือชั้นหนังสือ ช่วยสร้างมิติให้ห้อง
Task Light — โคมตั้งพื้นหรือโคมตั้งโต๊ะข้างโซฟาสำหรับอ่านหนังสือ แสง 3000–3500K
Decorative Light — โคมระย้า Pendant หรือ Floor Lamp ที่เป็น Statement ของห้อง
แสงไฟสำหรับห้องนอน
ห้องนอนต้องการแสงที่ช่วยเตรียมร่างกายสำหรับการนอนหลับ แสงสีน้ำเงินจากหน้าจอและแสงขาวเย็นรบกวนการหลั่ง Melatonin ทำให้นอนหลับยาก
Main Light — Downlight หรี่แสงได้ 2700K สำหรับแสงหลัก ปิดก่อนนอนหรือหรี่จนเหลือน้อยมาก
Bedside Light — โคมข้างเตียงที่ปรับทิศทางได้ 2700K สำหรับอ่านหนังสือ ไม่ควรสว่างเกินไปหรือส่องตรงไปยังคู่นอน
Night Light — LED Strip ใต้เตียงหรือใต้ตู้ Built-in ความสว่างต่ำมาก โทนอำพัน (2200K) สำหรับลุกเดินกลางคืนโดยไม่ต้องเปิดไฟแรง
แสงไฟสำหรับห้องครัว
ครัวต้องการแสงสว่างสูงสุดในบรรดาทุกห้อง เพราะต้องมองเห็นได้ชัดเจนขณะทำอาหาร
Overhead Light — LED Panel หรือ Downlight 3500–4000K สว่างทั่วห้อง
Under Cabinet Light — LED Strip ใต้ตู้บน ส่องตรงลงบน Counter Top ลดเงาจากตัวเองขณะเตรียมอาหาร นี่คือแสงที่ขาดไม่ได้ในครัวสมัยใหม่
Island Pendant — โคมแขวนเหนือ Island สำหรับสร้างบรรยากาศและเป็น Decorative Element ในเวลาเดียวกัน
แสงไฟสำหรับห้องน้ำ
ห้องน้ำต้องการทั้งแสงสว่างสำหรับทำกิจกรรมและแสงบรรยากาศสำหรับผ่อนคลาย
Vanity Light — ไฟที่ข้างกระจกหรือรอบกระจก (ไม่ใช่บน) 3000–3500K CRI 90+ ช่วยให้เห็นหน้าได้ถูกต้องโดยไม่มีเงา เหมาะสำหรับแต่งหน้าและโกนหนวด
Shower Light — Downlight กันน้ำ IP65+ ในพื้นที่ฝักบัว สว่างพอสำหรับอาบน้ำ
Ambient Dimmer — Downlight หรี่แสงได้สำหรับอาบน้ำแบบ Spa ยามค่ำ
ต้องการวางระบบแสงไฟสำหรับบ้านหรือคอนโดอย่างมืออาชีพ? ทีม Mark All ดูแลงานระบบไฟฟ้าและแสงไฟควบคู่ไปกับการออกแบบตกแต่งภายใน ดูบริการที่ หน้าบริการ และTips อื่นๆ
ระบบหรี่แสง (Dimmer): ลงทุนคุ้มค่า
Dimmer Switch เป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากสำหรับทุกห้องในบ้าน ราคา Dimmer Switch คุณภาพดีอยู่ที่ประมาณ 500–2,000 บาทต่อจุด แต่ให้ประโยชน์มหาศาลในการปรับบรรยากาศห้องตามกิจกรรม ข้อควรระวังคือต้องใช้ Dimmer ที่รองรับกับหลอด LED ยี่ห้อที่ใช้ เพราะไม่ใช่ทุก Dimmer ที่ทำงานได้กับทุก LED และอาจเกิดการกระพริบหรือเสียงได้
ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โทร 064-987-4958 หรือ Line: @markallcompany